patamabhorn's profile+ life goes on +PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
+ life goes on +..but life goes on, and this old world will keep on turning.. 7/19/2008 The Jacket, The Fountain และ Kagehinata ni sakuงงใช่มั้ยว่าหนังสามเรื่องนี้เกี่ยวข้องกันยังไง จริงๆ ก็คือไม่เกี่ยวเลย(อ้าว) ไหนๆ ก็เขียนแล้ว เขียนให้หมดทั้งสามเรื่องเลยแล้วกัน แบบรักพี่เสียดายน้อง ฮ่าๆ (เขียนจบแล้วเพิ่งรู้ว่ามันยาวม้าก ก็ตั้งสามเรื่องนี่เนาะ -*- ใครที่กรุณามาอ่าน
7/12/2008 The Jacket : คนเราตายได้คนละกี่ครั้ง?เพิ่งดู The Jacket จบ อินค้างไม่ไหวแล้ว ขอมาโวยวายในบล็อกก่อน เด๋วพรุ่งนี้(วันนี้แหละ เช้าแล้วอ่ะ)ตื่นมาค่อยมาเรียบเรียงอีกที แต่ตอนนี้อยากโวยวายอ่ะ อยากกรี๊ด แบบไม่ไหวแล้ววววววววว ชอบบบบบบบบบบบบ โอ๊วววววววววววว ชอบๆๆๆๆๆๆๆ เราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จิงๆๆๆๆ
เป็นหนังที่ตามหามานานมาก เพราะได้ยินกิตติศัพท์ว่าเป็นหนังย้อนเวลาที่มีอะไรไม่แพ้ The Butterfly Effect ปกติก็ชอบดูหนังย้อนเวลาอยู่แล้ว หนังในดวงใจมีแต่แนวนี้ เรื่องนี้ที่ทสึทะยะบ้านเรา หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ ไม่รู้จะไปหาที่หมวดไหน เพราะซัสเปนส์ก็ไม่มี ไซไฟก็ไม่มี มันควรจะอยู่ในหมวดอาไรวะ?? (หรือดราม่า?? เพราะเรื่องมันออกจะดราม่าอยู่??)
วันนี้ทนไม่ไหว ไปเดินวนอยู่ครึ่งชม. หาอะไรดูเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ เลยถามพนักงาน เจ๊พนักงานไปหาให้นานมากกกกก เป็นบทพิสูจน์ว่ามันหายากจิงๆ ถึงตอนนี้เรายังไม่รู้เลยมันถูกจัดไว้ในหมวดอะไร วันนี้หา 12 Monkeys ก็ไม่เจอเหมือนกัน แต่พนักฯ บอกว่ามีคนยืมอยู่
วันหลังจะร้องเรียนอิทสึทะยะที่บ้านเนี่ย จัดหนังหายากโคดๆๆๆ เห็นวันนี้มันเอาเดอะเดย์อาฟเตอร์ทูมอโร่ ไปไว้หมวดแอคชั่นด้วย บ้าป่าววะ หรือแอคตอนวิ่งหนีหมา ฮะ???? แล้วยังกล้าเอายูไนเต็ดเก้าสาม กับแมตช์พ้อยท์ ไปไว้หมวดซัสเปนส์ โห มันซัสเปนส์มากกกกกกกกกพี่ โดยเฉพาะแมตช์พ้อยท์เนี่ย ซัสฯ บนเตียงน้องสกาเลตหรอ??
วะ บ่นอะไรยาวเหยียดเลย กลับไปกรี๊ดเดอะแจ๊คเก็ตต่อ กรี๊ดๆๆๆๆๆๆ
เนื้อเรื่องเอาไว้ก่อน ต้องใช้สติในการเขียน ขอกรี๊ดพระเอกก่อน Adrien Brody พระเอกเปียนิสต์ พี่ขา พี่จะเล่นดีไปไหนคะ สายตาพี่อ่ะ โหยยยยยยยย เป็นบทพิสูจน์ว่าคนไม่หล่อก็ทำให้ชาวบ้านหลงได้ เพราะดูจบแล้วหลงเลยว่ะค่ะพี่ ตอนดูเปียนิสต์ยังไม่หลงพี่ขนาดนี้เลย โว้วววววววววว
เคียร่า โทรมและสวยเอกซ์ได้พอเหมาะพอเจาะมากๆ โคตรชอบฉากที่กำลังหมดหวัง เศร้าๆ กันอยู่ทั้งสองคน แล้วพอเข้าบ้านมา พระเอกคว้าเธอเข้าไปจูบอ่ะ โอ๊ย ถ้าไม่กลัวข้างห้องด่า กรี๊ดไปแล้วค่ะ อารมณ์และโทนมันได้มากๆ ค่ะ แบบถ้าเป็นเราเราก็คงคว้าอีกฝ่ายมาจูบเหมือนกัน มันมีทั้งเศร้า เหงา ตีบตัน หาทางออกไม่ได้ แล้วก็สปาร์คขึ้นมาตอนนี้ โห ไทมมิ่งใช่มากๆๆๆๆ ชอบบบบบบบบบ
ชอบตอนพระเอกถามนางเอกว่า จำผมไม่ได้หรอ โห ร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดเลยค่ะดิชั้น สะอึกสะอื้น แบบทำไมจำผมไม่ได้ๆๆๆๆๆ ผมก็แจ๊คของคุณไง ป้ายชื่อผมก็อยู่ที่คุณนะ โฮๆๆๆๆ สายตาพี่เอเดรียนแกสุดยอดดดดดดดดดดดดดมากๆๆๆๆ อยากจะไปซื้อแผ่นเก็บไว้ เอาไว้เปิดดูตาพี่แกโดยเฉพาะ
โอย หนังบ้าไร โดนมากๆ อ่ะ
ยังไม่ได้หาคำวิจารณ์มาอ่าน แต่สังหรณ์ว่านักวิจารณ์คงบอกว่ามันไม่ดีอ่ะ คือไม่ได้ห่วย แต่ไม่ดีขนาดนั้น แหงๆ เลย เพราะถ้าพูดถึงคุณค่า หรือประเด็นให้คิดต่อ มันยังแพ้บัตเตอร์ฟลายอยู่หลายช่วงตัว แต่เราชอบการเล่าเรื่อง โทนหนัง กับการแสดงนี่ละ เราว่าพี่เอเดรียนชนะแอชตันสุดที่รักเราในเรื่องบัตเตอร์ฟลายขาดลอยละ (ขนาดรักแอชตันขนาดนี้นะเนี่ย ยังยอมให้พี่เอเดรียนแก แบบไม่ไหวแล้ววววววว)
ไม่ต้องพูดถึงไอเดียพล็อต ที่เราว่าโคตรเท่เลย เพราะไม่ได้ย้อนอดีตเฉยๆ แต่เป็นการไปอนาคต เพื่อกลับมาแก้อดีต (ซึ่งก็แก้ไม่ได้ อ้าว สปอยล์นิหว่า) พูดถึงขอบเขตความเว่อร์ในเรื่องข้ามเวลานี่ ยังดูเนียนกว่าบัตเตอร์ฟลายอีกอ่ะ และอารมณ์แต่ละฉากก็ประณีตมาก ชอบมากที่เวลาพระเอกหายตัวไป จะไม่มีฉายให้เห็นอะว่าหายไปได้ไง แบบอยู่ๆ ก็หายไปเลย มันได้อารมณ์มาก โดยเฉพาะตอนอยู่บนเตียงกับนางเอก ตัดไปมา แว้บเดียว หายไป นางเอกกอดหมอนร้องไห้ โหเว้ย โคตรเข้าใจ ถ้าเป็นเราก็ร้องตายไปเลยอ่ะ คือถ้ามีฉากแบบสั่นๆๆ วูบๆ วาบๆ เกิดอภินิหารแล้วหายไป อย่างบัตเตอร์ฟลาย เราจะไม่ได้อารมณ์นางเอกแบบกอดหมอนเศร้าๆ อย่างงี้ไง มันจะกลายเป็นนางเอกตกใจ กรีดร้องแทน เรื่องก็จะไปอีกโทน
สรุปว่าชอบโทนของเรื่องนี้มากกกกกก เปิดเรื่องมานึกว่าหนังสงคราม ดูงงๆ แวบๆ วาบๆ ปวดๆ ตาอยู่สองสามนาที แถมช่วงแรกๆ ช้าๆ ยังไงไม่รู้ดิ เหมือนเล่าอะไรที่ไม่ค่อยเกี่ยว มันมาเริ่มเข้มข้นก็ตอนพระเอกรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองนั่นแหละ
ตอนแรกเราก็ตามไม่ทัน อึ้งไปแป๊บนึง แต่พอเข้าใจ แล้วเห็นแววตาพระเอกตอนถามนางเอกว่า จำผมไม่ได้หรอ โอ๊วววววววว
โอ๊ยคลั่ง เช้าแล้ว ไปนอนก่อน เด๋วพรุ่งนี้มาตั้งสติเขียนอีกที
โอ๊ยชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
6/16/2008 ย่างเข้าเดือนหกฝนมันก็ต๊ก พรำพรำ กบมันก็ร้อง งึมงำ
(ใช่ป่าววะ กบอะไรร้องงึมงำๆ)
แหะๆ ร้องต่อไม่ได้แล้วอ่ะ
แบบว่างานม่ะเสร็จ นอนม่ะหลับ แต่ขี้เกียจ
เถลไถลมาเขียนบล็อกมั่งดีกว่า
ไม่ได้เขียนมานานเหมือนกัน ชักจะเริ่มลงแดง
ไม่มีประเด็นอะไรนะคะบล็อกนี้(หลังๆ เวลาเขียนไม่มีประเด็นรู้สึกอายเด็กมัน)
((แต่เอ๊ะ หล่อนเคยเขียนแบบมีประเด็นด้วยรึ??))
ขอพร่ำและพล่าม โอนลี่
ก่อนอื่น ขอบ่นเทนนิสก่อง อินค้างมาจากเมื่อหัวค่ำ
รายการใหญ่ๆ ผ่านไปมากมาย ได้ดูเกือบหมด แต่จิตตกเพราะเชียร์น้องโจไม่ขึ้นเลยจิงๆ
เล่นเคลย์คอร์ตก็แพ้นาดาลเรียบวุธ ทั้งมาสเตอร์ที่ฮัมบวร์กและเฟรนช์โอเพ่น
ก่อนหน้านั้นก็ถอนตัวในรอบรองที่มอนติคาร์โล ตอนเจอเฟด อ้างว่าเป็นหวัดซะงั้น
ให้คนเค้าด่ากันทั้งโลกว่าไม่มีสปิริต แต่พี่ไม่ด่าหนูหรอกนะ คนหล่อทำไรไม่ผิด ฮ่าๆๆ
(ยังดีที่ได้แชมป์ที่โรม เพราะนาดาลเจ็บ ชิงตกรอบไปก่อน ฮ่วย)
คะแนนไล่นาดาลมาติดๆ แค่สองร้อยกว่าแต้ม หวาดเสียวมาก
ตอนนั้นถ้ารอบรองที่ฮัมบวร์กน้องโจชนะ จะได้ขึ้นมือสองทันที
เป็นแมตช์ที่มีตำแหน่งมือสองโลกเป็นเดิมพัน
แต่นาดาลมันก็ไม่ยอมง่ายๆ อะนิ เลยฟาดกันเป็นแมตช์โหดประจำปีเลย
น้องโจเล่นดีไม่มีที่ติ ยิงวินเนอร์(หรืออย่างน้อยมันก็ควรจะเป็นวินเนอร์) กระจาย
แต่นาดาลมันก็ไปงัดแงะแกะเกาเอามาจนได้ วินเนอร์น้องโจตายห่านหมดเลย
ดูแล้วเสียอารมณ์ เซ็งชีวิตอย่างแรง แบบน้องโจทำดีมากๆๆๆๆๆๆ แล้ว
ถ้าเล่นกับคนอื่นมันควรจะสองเซ็ตรวดไปแล้ว ไม่ใช่โดนงัดกลับยันเตแบบนี้
เซ็งแทนว่ะค่ะ
แล้วนี่ยังมาชวดแชมป์คอร์ตหญ้ารายการอุ่นเครื่องก่อนวิมเบิลดัน
ดูรอบรองน้องโจฟอร์มดีมาก ชนะพี่อ้วนหกหนึ่ง หกศูนย์ แข่งไปสี่สิบห้านาที โอ๊ว
นึกว่าจะชนะนาดาล ที่(มันน่าจะ)ไม่ถนัดคอร์ตหญ้าได้ แต่ก็ไม่ได้
คนดูช็อกนะเนี่ย คือเกมแบบน้องโจน่าจะทำได้ดีกว่านี้ในคอร์ตหญ้าอ่ะ
เพราะเล่นคล้ายๆ เฟด แต่ดันมาแพ้นาดาลได้ เจ้าตัวคงเสียเซ้วเหมือนกัน
รอดูว่าวิมเบิลดัน น้องโจจะอยู่สายไหน ตอนนี้อยู่สายไหนก็น่ากลัวพอกัน
นาดาลมันน่ากลัวจริงๆ
คือไม่ได้อะไรหรอกนะ ฝีมืออะมันสู้กันได้ คิดว่าน้องโจเหนือกว่าหน่อยๆ ด้วย
(ในคอร์ตหญ้านะ ส่วนเคลย์คอร์ตให้เค้าไปเหอะ เค้าคนสเปน)
แต่ใจอะ ทำไมน้องโจไม่นิ่งเลย พลาดแล้วพลาดเลย ออกอาการตลอด
ได้เซ็ตพอยท์ไม่รู้กี่ครั้ง ก็ทำไม่ได้ ต่างจากน้องโจคนเดิมสมัยขึ้นมาใหม่ๆ
ที่พยายามจะเอาชนะเฟดให้ได้ ช่วงฮาร์ดคอร์ตปีที่แล้วมากเลย
แววตาต่างกันยังกับคนละคน ดูแล้วไม่อินเหมือนตอนนั้น แทบหมดศรัทธาอ่ะ
ถ้าใจยังไม่นิ่งอย่างนี้ เห็นทีจะขึ้นมือหนึ่งยากแน่ๆ
คนเรามันอยู่ที่ใจจริงๆ นิ
(อินว่ะค่ะ ยิ่งกว่าตอนดูบอล เพราะสมาธิมันจดจ่ออยู่กะคนๆ เดียว มะใช่ทั้งทีม ฮ่าๆ)
จบข่าว อะ เปลี่ยนเรื่องๆ
ต่อด้วยอะไรดี
อัพเดทเรื่องสั้นละกัน ช่วงนี้อยากเขียนจัง พล็อตอื้อ เพราะดูหนัง(ลึกลับๆ)เยอะ
แต่หาเวลาไม่ค่อยจะได้ พอจะว่างก็มีอย่างอื่นทำตลอด
ไม่ชอบเขียนเรื่องนึงนานๆ เพราะต้นเรื่องกะท้ายเรื่องจะคนละฟีวมั่กๆ
ไม่สามารถควบคุมให้มันเหมือนกันได้เลยอ่ะ อนาถ
เรื่องใหม่ๆ และลิงค์ใหม่ๆ
อัพเดทลิงค์ถาวรไปในตัวเลยแล้วกันนะ
ฝนสีน้ำเงิน (ลิงค์ชั่วคราว)
ส่วนลิงค์เรื่องเก่าๆ รวมไว้ ที่นี่
เรื่องจะทำเวบเก็บนิยายก็เป็นความฝันต่อไป
เอาไว้เกษียณอายุราชการก่อนคงมีเวลาว่างพอจะทำ แหะๆ
เวลาเอาไปลงในพันทิป ก็จะมีดีอยู่อย่าง คือมักจะมีกองบก.ติดต่อมา
หรือมีคนแนะนำให้ติดต่อไป(เป็นคนดีจิงๆ) อย่างใดอย่างหนึ่ง
แต่ก็มักจะมีเรื่องให้ต้องแคล้วคลาดทุกที ไม่รู้ทำไม
ดวงคงจะไม่ได้พิมพ์รวมเล่มน่ะ
เพราะคราวนี้มาอีกแล้วอ่ะ กองบก.สำนักพิมพ์อมรินทร์เลยเชียว
หลังไมค์มาบอกว่าไปอ่านเรื่องสั้นมาแล้วชอบ สนใจจะคุยเรื่องงานเขียน
พอเราเมลไปเค้าบอก เรื่องคุณมีเสน่ห์นะคะ มีเรื่องยาวสนใจส่งให้เราพิมพ์มั้ย
แป่วววววววว (สลด)
คืองงว่า อ่านเรื่องสั้นหนูแล้วทำไมถึงคิดว่าหนูจะมีเรื่องยาวด้วยอะคะ???
คนเขียนเรื่องสั้นกะเรื่องยาวมันไม่เหมือนกานนนน ฮือออออ
คือความอดทนมีไม่พอ เขียนเรื่องยาวไม่ได้ เลยมาเขียนเรื่องสั้นอ่ะ
เฮ้อ
บอกเค้าว่ามีเรื่องยาวอยู่เรื่องนึง แต่มันเด็กและเชยมาก
เริ่มเขียนตั้งกะอายุสิบเจ็ด มาเขียนต่อจนจบตอนยี่สิบ (ปัจจุบันเลยเบญจเพส เฮ่อ)
ก็เรื่องนั้นแหละ มีอยู่เรื่องเดียว
เค้าบอกให้ลองส่งมาก่อน ถ้าเชยก็รีไรท์ได้
โอย จะเอาเวลาที่ไหนไปรีเนี้ย พูดเหมือนง่ายเยย
แต่ดูแล้วคงไม่ผ่านอ่ะ เรื่องเด็กโคตรรรรรรร และไร้สาระอย่างหนัก
นี่ส่งให้เค้าไปเกือบเดือนแระ เค้าบอกใช้เวลาพิจารณาไม่เกินสองเดือน
คงไม่ผ่านอ่ะ แนวเรื่องกะแนวสำนักพิมพ์ คนละเรื่องเลย เหอๆๆ
ชีวิตนี้คงเขียนเรื่องยาวไม่ได้อีกแล้วมั้ง
นอกจากเกษียณแล้วอย่างที่ว่าแหละ
อยากเขียนทีละนิดๆ แบบจบแล้วจบเลย ไม่ค้างคาอ่ะ
งั้นเขียนเรื่องสั้น(แต่ยาวสาดดด)ต่อไปละกัน
ทำได้แค่เนี้ยจิงๆ อ่ะ
อะช่างมันเหอะ
ง่วงแล้วอะ
ตัดจบ หนีไปนอนดื้อๆ เลยจะผิดมากป่าว
จริงๆ ยังมีอะไรอยากพล่ามอีกเพียบ แต่ฟ้าสว่างแล้วอ่ะ
นอนเหอะ เพื่อโกรทฮอร์โมน ที่คงหยุดหลั่งแล้วละคืนนี้อ่ะ
สว่างแล้นหนิ เฮ่อ
บ่นอีกนิด
อยากไปถ่ายรูปจัง อะจิไซ่กับฮานะโชบุกำลังบานสวยเลย
มะวานว่าจะไป ดันไม่มีแดด แถมมีงานค้างคา
วันนี้ก็ติดสอน เอาไว้เสาร์หน้าละกัน ฝนอย่าตกนะ
เลยอาทิตย์หน้าไปฮานะโชบุจะโรยหมดแล้ว อดกันพอดี
หมายเหตุ รูปทสึสึจิ ตอนเดือนห้าชียังไม่ได้เอาลงเลยค่ะ
จะแรดไปถ่ายอย่างอื่นอีกแล้ว หลายใจจิงๆ
อยากได้เลนส์มาโครจริงๆ จังๆ แล้วอะ
เลนส์แทมรอนเอฟสองจุดแปดตลอดช่วงที่มีอยู่เนี่ย อะไรๆ ก็ดี
เสียแต่ถ่ายดอกไม้มาโคร้มาโครไม่ได้ดั่งใจเลยอ่ะ
ระยะโฟกัสยาวป่วงมากๆ เซร็ง
อยากได้เลนส์ไวด์ๆๆๆ หนักๆ ด้วย
เฮ้ออยากไปหมด
เงินล่ะเงินๆๆๆๆๆๆ
เออยังไม่ได้บอกเลยนิว่าซื้อโน้ตบุคใหม่
ของเดลรุ่นตัวบางๆ อะ แต่มันยังไม่มาเลย
ตอนนี้คอมที่บ้านเจ๊งสนิทไปแล้ว ต้องหอบโน้ตบุคที่แลบมาใช้
พะรุงพะรังอนาถามากๆ
รีบๆ มาหน่อยเหอะเพ่ อยากใช้วินโดว์วิสต้าใจจะขาดแล้ววววว
โอย สว่างคาตากันเลยทีเดียว
โกรทฮอร์โมนช้าน วันนี้หายเกลี้ยงเลยสิ
พรุ่งนี้ก็ไม่สวยสิ
(แล้ววันไหนสวยวะคะ)
นอนนอน
ไนท์ไนท์
5/21/2008 26เขียนบล็อกด้วยหัวข้อแบบนี้มา 3 ปีแล้ว ปีนี้เป็นปีที่ 4 เหวออออออ
23 24 25 26
แล้ววันที่ตัวเลขจิตตกแบบนี้ก็มาถึงจนได้..
26
26
26
กรี๊ดดดดดดดดด
(ขอเวลาสงบนิ่งทำใจ-ลดธงครึ่งเสา 1 นาที)
(บ่น)
หลอนจัง 26 นี่รู้สึกกราฟดิ่งลงอย่างรุนแรง
ถ้า 27 จะหลอนแค่ไหนกันนะ..
แม่บอกตอนแม่อายุ 26 แม่คลอดเราแล้ว..
โอ..
เราจะได้คลอดมั่งเมื่อไหร่เนี่ย
อาจจะได้บอกลูก ตอนลูกอายุ 35 ว่า
ตอนแม่อายุ 35 แม่คลอดลูกแล้วนะ..
แล้วลูกเราก็คงไปบอกหลานว่า ตอนอายุ 45..
(เพ้อ)
แล้วนี่มานั่งเขียนทำไมเนี่ย
(สำนึก)
ตอนนี้ยุ่งจังเลย เปเปอร์ แลบ พรีเซ้น ประดังประเดกันมากๆ
พอเข้าเดือน 6 แล้วคงดีขึ้น
เหมือนทุกอย่างมาสุมกันอยู่ที่ปลายเดือนห้าหมดเลย
แต่ก็ดี พอหมดแล้วก็หมดเลย ^ ^
(วาดหวัง)
ทสึสึจิบานแล้ว เริ่มโรยแล้ว
ไฮเดรนเยียกำลังจะบาน
โลกกำลังจะเปลี่ยนจากสีชมพู สีแสด ไปเป็นสีม่วง น้ำเงิน
สีดอกไม้ของเดือนหก
ทำไมดอกไม้เดือนหกมีแต่สีม่วง น้ำเงิน
สีของเม็ดฝนรึเปล่า..
สีเขียวของใบไม้เริ่มเข้มขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อสายลมอุ่นๆ ที่หอมกลิ่นดอกไม้ของเดือนห้าจากไป
เม็ดฝนและไอชื้นๆ ของเดือนหกก็จะมาแทน
และเมื่อฝนเดือนหกจากไป แสงแดดหน้าร้อนของเดือนเจ็ดก็จะตามมา
(ไม่ขอนึกถึงเดือนแปดกับเก้า เพระเป็นเดือนที่ทรมานที่สุด..)
(เพ้อ-2)
ว้า..เพ้อจัง
เบลอๆ ยังไงก็ไม่รู้ รู้สึกรวบรวมความคิดไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ เลิกเพ้อละ ดึกขนาดนี้แล้วหนิ..
งานยังกองอยู่เลย.. มาสเปเชี่ยวแท้งกันก่อน..
ขอบคุณทุกๆ คนที่อุตส่าห์จำได้ อุตส่าห์มาอวยให้ในวันนี้
(ปีหน้าไม่ต้องก็ได้ ทำลืมๆ ไปเหอะ พอเกิน 25 เราก็ว่าจะลืมๆ วันเกิดตัวเองเหมือนกัน 55) ขอบคุณคนในแล็บทุกคน ที่ทำให้รู้สึกดีดี แม้จะไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษเลย
แต่ก็รู้สึกน่ะ ขอบคุณค่ะ.. ขอบคุณคุณแมว สำหรับการ์ดน่ารักๆและลูกโป่ง(และไม้หนีบผ้า)
และเค้กครีเอทๆ อันนั้น เจ๋งมาก อิอิ ส่วนของขวัญจริงๆ เด๋วขอคิดอะไรแพงๆ ได้ก่อน จะให้ซื้อให้นะ ขอบคุณเจ้าของช่อดอกไม้ช่อโต ลิลลี่หอมมากๆ เปิดประตูบ้านเข้ามารู้สึกดีจัง
กลบกลิ่นแกงกะหรี่ในครัวได้เลย ของเค้าหอมจริงๆ กุหลาบขาวกับสตาติสก็สวยมากมาย.. ขอบคุณอากาศดีๆ ลมเย็นๆ ฟ้าใสๆ ที่ไม่ได้เห็นมาหลายวัน เป็นฟ้าหลังพายุจริงๆ..
ขอบคุณบริษัทผลิตไพรเมอร์ ที่ยอมรับซะทีว่าไพรเมอร์เมิงเจ๊ง แล็บเราเลยไม่เดิน
ไม่ใช่เพราะมิสของเรา แต่เป็นเพราะไพรเมอร์เมิงงงงงงงนั่นแหละ สะใจปนโล่งอก อยากเรียกค่าปลอบขวัญจิงๆ เอาเวลาเดือนนึงกับแรงกายแรงใจของเราคืนมานะ ขอบคุณมากที่มายอมรับ(จนได้)ในวันเกิดเรา อิอิ ขอบคุณฟุโระกลิ่นฮิโนะคิ น้ำมันหอมกลิ่นฮันนี่ซักเกิล ทำเอาหายเหนื่อยไปมากมาย
ขอบคุณดีวีดี โยะนิโมะคิเมียวฯ แผ่นสุดท้าย ที่ทำให้หายเซ็งในวันที่ไม่มีรายการทีวีที่ชอบดู
และขอบคุณใครอีกหลายๆ คน ที่เค้าไม่รู้ตัวหรอกว่าทำให้เรามีความสุขแค่ไหน
พี่ทีเอที่มาซ่อมคอมให้ รุ่นน้องที่มานั่งเม้าเรื่องละครคิมุระ คุณป้าที่โรงอาหารที่อุ่นปลาให้ ใครบางคนที่ไม่ได้ยินเสียงมานาน..
และอีกหลายๆ คน.. ขอบคุณนะคะ
ถึงมันจะเป็นวันธรรมดาๆ วันนึง แต่คุณก็ทำให้เรามีความสุขละ ใช่..
คุณนั่นแหละ.. ขอบคุณค่ะ..
5/14/2008 เมืองไทยน่าอยู่ที่สุดในโลก"คนไทยมีนิสัยเสียๆ อยู่อย่างนึง คือชอบด่าอะไรๆ ในประเทศตัวเอง"
(ใครไม่รู้พูด คุ้นๆ นะ คนพูดก็คงไม่ทันได้คิด ว่าระหว่างที่พูด ตัวเองก็ด่าคนไทยอยู่เหมือนกัน)
((โดยที่เจ้าตัวคนพูดก็เป็นคนไทย))
ชักจะซับซ้อน พอก่อน
เราก็เป็นคนไทยคนนึงที่ด่าเมืองไทยอยู่เรื่อยๆ เหมือนกัน
ทั้งด่าเอามัน ด่าจริง ด่าเล่น ด่าแบบแค้น แบบโกรธ แบบหงุดหงิด แบบขำ แบบเซ็ง แบบชิน ฯลฯ
โอ๊ยรถจะติดไปไหน ร้อนโว้ย ฝุ่นก็เยอะ เหม็นควันรถ รถเมล์เมื่อไหร่จะมา อิแทกซี่ไม่มีเงินทอนกรูอีกแล้ว
ผักผลไม้แช่ฟอร์มาลีน อาหารก็มีแต่ผงชูรส ขยะเต็มคลอง เต็มถนน หมาจรจัดเพียบ แถมดุ ไล่กัดคนได้อีก
อาหารหมดอายุมันก็เอามาขาย มิจฉาชีพก็เยอะ ย่องเบา กระชากกระเป๋า คนรวยขับรถชนคนตายไม่ติดคุก
ลูกนักการเมืองยิงคนตายในผับยังได้ยศคืน รถไฟฟ้าสร้างอีกกี่สิบปีจะเสร็จวะ รฟท.ก็อืดเป็นเรือเกลือ
รถบรรทุกน้ำหนักเกิน ถนนพัง คนขับเมายาบ้า แรงงานพม่าฆ่ายกครัว ไอ้หื่นข่มขืนเด็ก ฯลฯ
เอาละ ด่าอีกสามวันก็ไม่จบ
คนไทยคนไหนๆ (ขอโทษที่เหมารวม) ก็ด่ากันทั้งนั้นแหละ เชื่อสิ
แต่จะรู้ตัวกันรึเปล่า ว่าที่เรามานั่งด่าๆ กันไปวันๆ ได้เนี่ย มันแสดงว่าเรายังโอเคกับมันอยู่
อย่างน้อยก็ยังเห็นมันเป็นเรื่อง "ไม่ดี" "ใช่ไม่ได้" "น่าจะมีใครแก้ไขได้" "เราจะทำยังไงกันดี"
เป็นหัวข้อให้ได้บ่นด่า ถกเถียง อย่างน้อยก็ยังมีความรู้สึกว่า มันน่าจะดีกว่านี้ได้ จริงมั้ย..
คือที่เราด่าๆ กัน มันเป็นความไม่สะดวกอันเกิดจากคน คนเรานี่แหละทำ
(พูดให้ตรงที่สุดก็คนไทยที่แหละทำ แล้วยังจะมานั่งด่ากันเองอีก เอ๊อ..)
คือถ้าเราคิดจะแก้มันจริงๆ (ต้องจริงๆ เท่านั้น) มันก็แก้ไขได้ แต่อาจจะต้องใช้เวลา ใช้เงิน ใช้เทคโนโลยี
แต่อย่างน้อยก็พอจะทำให้มันดีขึ้นได้
หรืออย่างน้อยที่สุด ถึงมันไม่ดีขึ้น เราก็ยังอยู่กับมันได้ อาจจะไม่มีความสุข แต่ก็ไม่ตาย..
เอาเป็นว่าเรายังเอาชนะมันได้
ไม่เหมือนภัยจากธรรมชาติ ที่ยังไงๆ มนุษย์ก็เอาชนะมันไม่ได้..
เกี่ยวกับภัยธรรมชาติ..
ช่วงนี้ ชักจะรู้สึกจริงๆ จังๆ ว่าเมืองไทยนี่มันสบายเอาจริงๆ
(ก็ไม่ช่วงนี้หรอก ก็เริ่มรู้สึกมาตั้งแต่มาอยู่ญี่ปุ่นนั่นแหละ)
ไอ้ที่ด่าไปข้างบน ขอคงไว้ ไม่ถอนคำด่าแต่อย่างใด
แต่จะชมแทน ไม่สิ ก็ไม่เชิงชมหรอก
แต่เพิ่งจะรู้สึกจริงๆ จังๆ นี่แหละว่า เมืองไทยเรา ภัยธรรมชาติมันน้อยยยยยยยยยจริงๆ
คือคนไทยอาจจะตายเพราะโดนข่มขืน โดนปาดคอชิงสร้อย โดนเครนหล่นทับ
แต่ไม่มีการตายด้วยภัยธรรมชาติทีละเยอะๆ บ่อยๆ
หรือต้องมาเตรียมรับมือกับอะไรพวกนี้เลย
พายุ ตอนเด็กๆ เรียนมาว่าเมืองไทยนี่อยู่ในเขตมรสุมโน่นนี่อะไรก็ไม่รู
มีพายุมาตั้งสามชนิดแน่ะ ดีเปรสชั่น โซนร้อน ไต้ฝุ่น โห
แต่ทำไมมันไม่ค่อยเกิดอะไรขึ้นเลยอ่ะ..
พอมาญี่ปุ่น เฮ้ย ที่นี่สิของจริง มาเต็มๆ โดนตรงๆ กวาดกันดื้อๆ
ของไทยกว่าจะไปผ่านเวียดนาม ลาว พอมาถึงไทยก็อ่อนกำลังกันหมดแล้ว
ยี่ปุ่นนี่เจอกันเต็มๆ ทุกปี แล้วมาปีละหลายลูกเชียว
มันมาทีโรงเรียนก็หยุดกันเลย รอลุ้นโคลนถล่มอีก
ล่าสุดปี 2004 นี่รู้สึกจะเข้าเยอะสุดในรอบ 50 ปี
มันมา 10 ลูกเลยค่ะ ไต้ฝุ่นนี่แหละ คนตายไปเป็นร้อย
โดยเฉพาะไอ้ลูกที่ 23 ที่ชื่อกิ้งก่า (โทคาเกะ) ตายไปทีเดียว 95 คน
จังหวัดเฮียวโกะที่เราอยู่เนี่ย ตายเยอะสุดด้วย เพราะโคลนถล่ม
ส่วนใหญ่เป็นคนแก่ที่อยู่บ้านคนเดียว ตายแบบไม่รู้ตัวเลยแหละ..
วัด ศาลเจ้า ต้นไม้เก่าแก่อายุเป็นหลายร้อยปี ล้มพังกันไปเพียบ
แต่ด้วยความแรงขนาดนี้(บางลูกประมาณไต้ฝุ่นเกย์ที่ไทยเคยเจอ)
และเข้าบ่อยขนาดนี้ คนเค้าตายน้อยขนาดนี้ถือว่าเค้าเก่งกันมากๆ นะ
เค้าเตรียมรับมือกับมันได้ดีมาก (ก็มันมาบ่อยนี่)
ลองไปค้นประวัติศาตร์พายุของไทย
ในรอบห้าสิบปี มีพายุระดับไต้ฝุ่นและโซนร้อนที่เข้าถึงไทยแค่ 3 ลูก
(ป่อยยยยย)
ที่ร้ายแรงที่สุดก็คงจะเป็นพายุโซนร้อนแฮเรียต ที่ขึ้นฝั่งที่แหลมตะลุมพุก
กับพายุไต้ฝุ่นเกย์ ที่ขึ้นฝุ่งที่ชุมพร สองครั้งนี้ตายไปร่วมสองพัน
(ดูความต่างระหว่างตัวเลข)
เคยอ่านมาว่า ที่จริง เจ้าไต้ฝุ่นเกย์เนี่ย เป็นอะไรที่เหลือเชื่อ
แบบนักวิทยาศาสตร์ไม่มีใครเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นมาได้
เพราะเป็นพายุไต้ฝุ่นที่ก่อตัวขึ้นในอ่าวไทย
อ่าวไทยที่จริงเป็นอ่าวเล็กๆ ตื้นๆ ไม่มีที่ให้พายุก่อตัวและสะสมพลังงานได้มากพอ
อาจจะเป็นได้ระดับดีเปรสชั่น (ต่ำกว่า 63กม./ชม.)
แต่ไม่มีทางถึงระดับไต้ฝุ่น(เกิน113กม./ชม.)
แต่เกย์ลูกนี้ มันทำได้ มันเอาจริง..
มันแรงตั้ง 118กม./ชม. แรงที่สุดที่ไทยเคยเจอ (เป็นไต้ฝุ่นลูกเดียวที่ขึ้นฝั่ง ในประวัติศาสตร์ไทย โหยยย..)
(ยี่ปุ่นบอก กระจอก อย่างงี้แม่มมาทุกปีอ่ะ เดะๆ มาก)
มันกวาดชุมพรไปเลย คนตายและหายไปรวมแล้วร่วมพัน
(ที่จริงคนตายเยอะเพราะมีซุงลอยมากระแทกด้วยละ)
(ซุงที่พวกตัดไม้ตัดทิ้งไว้กันไง ตอนนั้นเรื่องรณรงค์ไม่ตัดไม้เลยบูมไปช่วงนึง)
โชคดียังเป็นของไทย ที่มันขึ้นฝั่งที่ด้ามขวาน ยังแคบกว่าที่อื่นอีกเยอะ..
แค่นี้คนก็ยังตายไปหลายร้อย สูญหายไปกับเรือประมงอีกเพียบ
พอได้กวาดชุมพรไป มันก็อ่อนกำลังลง
แต่พอลงทะเลอันดามัน มันยังแรงได้อีก ทวีความแรงจนเป็นไซโคลนขึ้นมาอีก
เลยได้อีกชื่อว่าไซโคลนเกย์ เลี้ยวไปกวาดอินเดียให้คนตายได้ต่ออีก แสบมากๆ
(เก๋มั้ย เป็นทั้งไต้ฝุ่นและไซโคลนในลูกเดียวกัน กวาดไปสองมหาสมุทรเลย เริ่ด)
ที่จริง คนบนฟ้าที่ขีดเส้นทางให้ไต้ฝุ่น ใจดีมากๆ
จับไต้ฝุ่นไปโยนใส่ประเทศพัฒนาแล้วอย่างยี่ปุ่น ที่เค้าเตรียมรับมือได้ดี
ปีละ 5-6 ลูก ดี เจริญดีนัก รวยดีนัก รับมือได้ใช่มั้ย เอาไปเยอะๆ
แล้วประเทศด้อยๆ หน่อย เอาไป 50 ปี 3 ลูกพอ สงสาร..
(ไม่ได้นับฟิลิปปินส์ บังคลาเทศ และเพื่อนบ้านของเรา พม่า ที่เพิ่งโดนไปเต็มๆ)
พูดถึงพม่ากับนาร์กิส..
ไซโคลนอะไรก็ไม่รู้ แหกคอก แทนที่จะเข้าบังคลาเทศ อินเดีย ศรีลังกาตามปกติ
ดันเลี้ยวขวามาเข้าพม่าเฉย แล้วดันไปเลือกเข้าตรงที่ดินอ่อนๆ แบบดินตะกอนปากแม่น้ำอิระวดีด้วย
บ้านเรือนก็แออัดแน่นหนา แต่ไม่แข็งแรง มีแต่คนจนๆ อยู่
น้ำพัดมาวูบเดียวหายไปทั้งตำบลเลย
มันกวาดพม่าเสร็จ แล้วมันยังขวาตรงมาเรื่อยๆๆๆๆ ด้วยทิศทางที่แบบจะตรงเข้าไทยมากๆ
แล้วไหงไม่เข้า ไปดูแผนที่ทางอากาศ เจอมันเลาะริมชายแดนไทยไปเลย
แต่ไม่เข้าเขตไทยนะ เลาะๆๆๆ ไป จนสลายตัวไปเอง
มันเจอเทือกเขาตะนาวศรีขวางอยู่ตลอดแนวนั่นเอง จะเข้าก็เข้าไม่ได้
เหนื่อยเลย อิเทือกนี่ก็ยาวเหลือเกิน สูงเหลือเกิน
ไซโคลนยังแพ้ ทำเลดีจริงๆ ประเทศไทย..
ไหนจะแผ่นดินไหว เพิ่งไหวไปที่มณฑลเสฉวน จีนแผ่นดินใหญ่ 7.9 ริค
ตอนนี้ยอดคนตายอยู่ที่ 12000 (ส่วนไซโคลนที่พม่า เกิน 23000 ไปแล้ว..)
อันนี้ไม่ต้องพูดถึงยีปุ่น ไหวกันจนชิน
แต่ประเทศนี้ดีอยู่อย่าง คือยิ่งไหวคนยิ่งตายน้อยลงเรื่อยๆ
พอไหวทีเค้าเตรียมศึกษาจุดอ่อน จุดแย่ๆ ของทุกครั้ง แล้วปรับปรุงให้ดีขึ้นทุกๆ ครั้งอะนะ
คิดแล้วก็สงสารคนพม่า คนจีน ที่กำลังเจอภัยพิบัติกันอยู่ตอนนี้
ทำไมจำเพาะเจาะจงจะต้องไปเกิดในที่คนจนๆ อยู่ก็ไม่รู้
ทำไมไอ่พายุนี่ไม่ไปพัดบ้านไอ้นายพลตานส่วยผู้นำพม่านั่นล่ะ
เห็นภาพศพคนพม่าที่ขึ้นอืดอยู่ตามท้องนาแล้วอึ้ง
ฉุกคิดขึ้นมาทันที ว่าถ้าเราเป็นคนพม่า เราคงไม่มานั่งด่ารัฐบาล
(อย่างที่ไทยคนไทยด่ารัฐบาลไทยกันอยู่ทุกวันนี้
เผด็จการทหารก็ไม่เอา หุ่นเชิดของแม้วก็ไม่เอา ปชป.ต้วมเตี้ยม ไม่เอา
แล้วเมิงจะเอาอาไรฮะ ไปอยู่พม่าไป๊)
แต่คงหมดเวลาและพลังงานไปกับการกระเสือกกระสนทำตัวเองให้มีชีวิตรอด
หาข้าวกินให้อิ่ม หาที่ซุกหัวนอนให้ได้
ไม่มีพลังงานและเวลาเหลือเฟือมานั่งด่าลมด่าแล้งอย่างคนไทยกันหรอก..
ตราบใดที่คนไทยยังด่าประเทศไทย ยังด่ารัฐบาล ยังด่าการศึกษาเมืองไทย..
ตราบนั้นเชื่อได้ว่าคนไทยยังมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าคนอีกครึ่งโลก
อย่างน้อยก็ดีกว่าคนพม่า
มากจริงๆ..
สำหรับเรา
(ที่ตอนนี้นั่งสะดุ้งเพราะพายุรามสูร ที่เฉียดๆ แถวนี้ไป เจอหางๆ ยังฝนฟ้าคะนองขนาดนี้)
เมืองไทยน่าอยู่ที่สุดในโลก..
|
このスペースにアクセスしていただき、ありがとうございます。
|
||||||
|
|